วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562

การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ



          เทคนิคการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง
          การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  หมายถึง การจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้เรียนรู้  โดยพยายามจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้สร้างความรู้  ได้มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคล  สื่อ  และสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ  โดยใช้กระบวนการต่าง ๆ  เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และผู้เรียนมีโอกาสนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์อื่น  การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ  แต่การที่ผู้เรียนจะเกิดการเรียนรู้ขึ้นมาได้เองนั้นเป็นเรื่องยาก  ผู้สอนจึงมีหน้าที่เตรียมจัดสถานการณ์และกิจกรรมต่าง ๆ  นำไปสู่การเรียน  โดยไม่ใช้วิธีบอกความรู้โดยตรง รวมถึงการแนะนำแนวทางที่จะทำงานให้สำเร็จ  และในขณะที่ผู้เรียนลงมือปฏิบัติ  ผู้สอนควรสังเกตการณ์อยู่ด้วย
          เทคนิคการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนทำงานร่วมกับผู้อื่น
          ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของผู้สอนประการหนึ่ง คือ  ผู้สอนเข้าใจว่าการจัดการเรียนการสอนแบบนี้ต้องจัดโต๊ะเก้าอี้ให้นักเรียนทำงาน  โดยไม่เข้าใจว่าการนั่งรวมกลุ่มกันนั้นทำเพื่ออะไร  ความเข้าใจที่ถูกต้องคือ  เมื่อผู้เรียนจะต้องทำงานร่วมกัน  จึงจัดเก้าอี้ให้นั่งรวมกลุ่ม  ไม่นั่งร่วมกลุ่มแต่ต่างคนต่างทำงานของตัวเอง  ซึ่งรูแบบการจัดการเรียนการสอนประเภทหนึ่งที่ผู้สอนควรศึกษาเป็นแนวทางนำไปใช้เป็นเทคนิค  ในการจัดกิจกรรม  คือ รูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยผู้เรียนรู้ร่วมกัน  (Cooperative  Learning) 
          วิทยากร  เชียงกูล  (2549)  ได้กล่าวถึงลักษณะการจัดการเรียนการสอนโดยให้ผู้เรียนเรียนรู้ร่วมกัน  เป็นการจัดการเรียนการสอนที่แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อย ๆ  กลุ่มละ  4-5 คน  โดยสมาชิกในกลุ่มมีระดับความสามารถแต่งต่างกัน
          เทคนิคการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
          ตามความหมายของการเรียนรู้ที่แท้จริง  คือ  ผู้เรียนต้องมีโอกาสนำความรู้ที่เรียนรู้มาไปใช้ในการดำเนินชีวิต  สิ่งที่เรียนรู้กับชีวิตจริงจึงต้องเป็นเรื่องราวเดียวกัน  ผู้สอนสามารถจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนประยุกต์ใช้ความรู้ได้โดยสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนต้องแก้ปัญหาและนำความรู้ที่เรียนมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดความชำนาญ
          ตัวอย่างวิธีการสอนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน  ผู้สอนควรเป็นผู้กำกับควบคุมให้ผู้เรียนทุกคนได้ร่วมกันวางแผน  ดำเนินการตามแผน   และร่วมกันสรุปผลงาน  ผู้เรียนแต่ละคนจะได้เลือกและแสดงความสามารถที่ตนเองถนัด  เพื่อให้งานบรรลุเป้าหมาย  จึงสามารถกล่าวขยายความได้ว่า  การเรียนรู้โดยใช้โครงงาน  ซึ่งสามารถทำอย่างต่อเนื่องกันได้  โดยมีประเด็นดังนี้
                   1. ผู้เรียนได้เรียนรู้เรื่องใดหนึ่งที่ตนเองสนใจ
                   2. ผู้เรียนได้เรียนรู้หรือหาคำตอบด้วยตนเอง  โดยการคิดและปฏิบัติจริง
                   3. วิธีการหาคำตอบมีความหลากหลายจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย
                   4. นำข้อมูลหรือข้อความรู้จากการศึกษามาสรุปเป็นคำตอบหรือข้อค้นพบของตนเอง
                   5. มีระยะเวลาในการศึกษาหรือแสวงหาคำตอบพอสมควร
                   6. คำตอบหรือข้อค้นพบเชื่อมโยงต่อการพัฒนาความรู้ต่อไป
                   7. ผู้เรียนมีโอกาสเลือก  วางแผน  และจัดการนำเสนอคำตอบของปัญหาหรือผลการค้นพบด้วยวิธีการที่หลากหลายและสอดคล้องกับความถนัดและความสนใจของตนเอง


การบูรณาการตามตัวชี้วัดการประกันคุณภาพการศึกษา
          สำนักงาน  คณะกรรมการอุดมศึกษา(2553 หน้า  119-128) การบูรณาการตามตัวชี้วัดการประกันคุณภาพการศึกษา มีลักษณะดังนี้  (อ้างถึงใน  สำนักบริการวิชาการและจัดหารายได้ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร )
          1. การบูรณาการงานวิจัยกับการเรียนการสอน  มีการบูรณาการดังนี้
                   1.1 กรณีที่นักศึกษาบัณฑิตศึกษาเป็นทีมวิจัยของอาจารย์  โดยอาจารย์มีงานวิจัยในลักษณะชุดโครงการวิจัยที่เป็นร่มใหญ่และงานวิจัยย่อย ๆ  โดยนักศึกษาเข้าเป็นทีมในการวิจัยของอาจารย์ในชุดย่อย ๆ  และมีอาจารย์ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการชุดใหญ่   ให้คำแนะนำปรึกษา  ทำให้นักศึกษาเกิดทักษะในกระบวนการทำวิจัย
                   1.2 กรณีที่นักศึกษาปริญญาตรีทำโครงการวิจัย หรืองานสร้างสรรค์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานวิจัย  หรืองานสร้างสรรค์ของอาจารย์  เป็นการออกแบบการเรียนการสอนด้วยการมอบหมายงานนักศึกษาในรูปแบบที่เป็นองค์ประกอบงานวิจัย  โดยมีอาจารย์ควบคุมการ  ดำเนินงานเป็นระยะ ๆ 
                   1.3 กรณีที่นักศึกษาทุกระดับ  ปริญญาตรี  โท  และเอก  เข้าฟังการบรรยายหรือสัมมนา  เกี่ยวกับผลความก้าวหน้าในงานวิจัยของอาจารย์คือ  เข้าร่วมการจัดการแสดงงานสร้างสรรค์ของอาจารย์  เพื่อให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์โดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญ
                   1.4 จัดให้มีการประชุมนำเสนอผลงานวิจัยหรือแสดงงานสร้างสรรค์ของนักศึกษา หรือส่งเสริมนักศึกษาเข้าร่วมประชุมการเสนอผลงานวิจัยและงานสร้างสรรค์ระดับชาติและนานาชาติ 
                   1.5 การส่งเสริมให้อาจารย์นำผลลัพธ์ที่เกิดจากการวิจัยไปเป็นส่วนหนึ่ง  ของเนื้อหาในการจัดการเรียนการสอน หมายถึง   อาจารย์มีผลงานวิจัยที่สอดคล้องกับรายวิชาที่สอนและนำองค์ความรู้ที่เป็นข้อค้นพบจากงานวิจัยมาใช้ประกอบการจัดการเรียนการสอน
          2. การบูรณาการงานบริการวิชาการแก่สังคม การบริการวิชาการหมายถึง  กิจกรรมหรือโครงการให้บริการแก่สังคมภายนอกสถาบันหรือเป็นการให้บริการที่จัดในสถาบันแต่ต้องเป็นการจัดให้กับบุคคลภายนอก ประเภทของการบริการวิชาการมีดังนี้  ประเภทให้เปล่าโดยไม่มุ่งเน้นผลกำไร    ในการบูรณาการวิชาการ  แก่สังคม  สามารถดำเนินการได้ดังนี้
                   2.1 การบูรณาการงานบริการทางวิชาการแก่สังคมกับการเรียนการสอนเป็นการจัดกระบวนการเรียนการสอนปกติ  และมีการกำหนดให้นักศึกษานำความรู้ที่ได้รับจัดทำเป็นโครงการหรือกิจกรรม
                   2.2 การบูรณาการงานการบริการทางวิชาการแก่สังคมกับการวิจัยเป็นการนำองค์ความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ หรือการนำความรู้  และประสบการณ์จากการบริการวิชาการกลับมาพัฒนาต่อยอดความรู้ใหม่โดยผ่านกระบวนการวิจัย
          3. การบูรณาการงานด้านทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมกับการเรียนการสอน  สถาบันควรสนับสนุนให้มีการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมไปบูรณาการร่วมกับการเรียนการสอน  คือมีการจัดการเรียนการสอนที่นำการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมไปผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการเรียนการสอน


แนวการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ


          การพัฒนาผู้เรียนตามความสามารถที่แตกต่างกันจำเป็นต้องพัฒนาความสามารถทุกด้าน  ตามแนวคิดของการ์ดเนอร์ (Gardner อ้างใน  วิชัย  วงษ์ใหญ่ , 2542 :  8-11) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ได้นำเสนอทฤษฎีพหุปัญญา  (multiple  intelligence  theory)  สรุปได้ว่า   ผู้เรียนมีความสามารถทั้ง  8  ด้าน คือ  ด้านภาษา  ด้านตรรกและคณิตศาสตร์ ด้านภาพมิติสัมพันธ์  ด้านร่างกายและการเคลื่อนไหว  ด้านดนตรี  ด้านมนุษยสัมพันธ์  ด้านการเข้าใจตนเอง และด้านความเข้าใจสภาพธรรมชาติ   เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือความสามารถในแต่ละด้านของผู้เรียนให้พัฒนาไปให้เต็มศักยภาพของตน
          แนวทางการจัดการเรียนรู้ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  พ.ศ.  2542  มาตร  23 ระบุว่า  การจัดการศึกษาต้องเน้นความสำคัญทั้งความรู้  คุณธรรม  กระบวนการเรียนรู้และบูรณาการ  ซึ่งวิชัย  วงษ์ใหญ่  (2547 :  2) กล่าวว่า  การบูรณาการ  คือ  การผสมผสานที่กลมกลืนกันอย่างมีคุณภาพ  ระหว่างองค์ประกอบหรือ ปัจจัยต่าง ๆ  ทั้งรูปธรรมและนามธรรมที่มีเป้าหมายตรงกัน  เพื่อให้ได้มาสิ่งใหม่หรือสภาพใหม่ที่มีค่าและสมบูรณ์แบบ  ได้ประโยชน์จากการบูรณาการสู่ชีวิตและการเรียนรู้
          การบูรณาการการเรียนรู้ คือ  การเชื่อมโยงระหว่างสาขาวิชาต่าง ๆ  ในหลักสูตร  จะช่วยให้ผู้เรียนตระหนักว่าสิ่งไหนที่ได้เรียนรู้ มีประโยชน์สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง  ลักษณะการเรียนรู้จะจัดเป็นหน่วยการเรียนรู้หรือเป็นหัวเรื่อง
          หน่วยบูรณาการ  thematic  approach  กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้คือ 
                   -ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความหมาย
                   -เกิดองค์ความรู้  ความคิดแบบองค์รวม  พัฒนาความสามารถการคิด
                   -เห็นความเชื่อมโยง   นำไปสู่ความสามารถในการแก้ปัญหาแบบองค์รวม
                   -เกิดประสบการณ์  นำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง  สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม
                   -ผู้เรียนควบคุมการเรียนรู้ของตนเอง
          วิชัย  วงษ์ใหญ่  (2547 : 4)  กล่าวสรุปได้ว่า  ลักษณะบูรณาการ  4  แบบ  คือ
                   1. การสอดแทรก  (infusion)  การบูรณาการแบบเชื่อมโยงโดยผู้สอนคนเดียว  วิธีการสอดแทรกนี้ผู้สอนวิชาใดวิชาหนึ่งนำวิชาอื่น      มาบูรณาการกับวิชาที่ตนสอนและสามารถเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ให้เชื่อมโยงกับหัวเรื่อง  ชีวิตจริงหรือภาระการเรียนรู้ที่กำหนดขึ้นมา
                   2. คู่ขนาน (parallel)  วิธีการคู่ขนานผู้สอนหลายคนมาจากหลายวิชามาวางแผนร่วมกัน  เพื่อรวมองค์ประกอบของหัวเรื่อง  (theme)  มโนทัศน์  (concept)  หรือปัญหา  (problem)  แล้วผู้สอนแต่ละคน  แต่ละวิชาแยกกันและการกำหนดชิ้นงานขึ้นอยู่กับผู้สอน  ผู้สอนอาจตกลงกันว่าจะยึดเกี่ยวกับหัวเรื่องหรือปัญหาที่กำหนดไว้ร่วมกัน
                   3. พหุวิทยาการ  (multidisciplinary)  วิธีการพหุวิทยาการผู้สอนหลายคนมาจากหลายสาขาวิชามาวางแผนร่วมกันที่จะสอนเกี่ยวกับหัวเรื่อง  (theme)  มโนทัศน์  (concept)  หรือปัญหา  (problem)   และกำหนดภาพรวมของโครงการร่วมกันให้ออกมาเป็นชิ้นงานแบ่งโครงการออกเป็นโครงการย่อย  การบูรณาการในหลายสาขาผู้สอนร่วมกันได้หลายชั่วโมง
                   4. การข้ามวิชาหรือการสอนเป็นทีม (transdisciplinary)  วิธีการข้ามสอนหรือสอนเป็นทีมผู้สอนแต่ละรายวิชามาว่างแผนร่วมกันในองค์ประกอบของ   หัวเรื่อง  (theme) มโนทัศน์  (concept)  หรือปัญหา  (problem)  กำหนดเป็นโครงการขึ้นมาและร่วมกันสอนเป็นคณะ
          กรมการวิชาการ  (กองวิจัยทางการศึกษา  กรมวิชาการ , 2545  :  6-7)  เสนอแนวคิดในการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการไว้  ดังนี้
          1. การบูรณาการแบบผู้สอนคนเดียว  เป็นการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนหนึ่งคน  มีการเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ  กับชีวิตจริง  หรือการเชื่อมโยงสาระและกระบวนการเรียนรู้ภายในกลุ่มสาระต่าง ๆ  เช่น  การอ่าน  การเขียน  คิดคำนวณ  การคิดวิเคราะห์  ทำให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะและกระบวนการเรียนรู้ไปแสวงหาความรู้ความจริงจากหัวเรื่องที่กำหนด
          2. การบูรณาแบบคู่ขนาน  เป็นการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอนสองคนขึ้นไป ร่วมกันจัดการเรียนการสอน  โดยยึดหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง
          3. การบูรณาแบบสหวิทยาการ  เป็นการจัดการเรียนการสอนจากการนำเนื้อหาจากหลายกลุ่มสาระเชื่อมโยงและจัดการเรียนการสอนร่วมกันในเรื่องเดียวกัน
          4. การบูรณาการแบบโครงการ  เป็นการจัดการเรียนการสอนที่ครูสอนและนักเรียนร่วมกันสร้างสรรค์โครงการ และการใช้เวลาเรียนต่อเนื่องกันได้หลายชั่วโมง   โดยนำจำนวนชั่งโมงของตาละรายวิชาที่แยกกันอยู่  ที่เคยแยกกันสอน  มารวมเป็นเรื่องเดียวกัน
          วิชัย  วงษ์ใหญ่  (2547  :  5)  สรุปภาพรวมของรูปแบบการเรียนการสอนแบบบูรณาการ  วิธีการ  กิจกรรม  การประเมินผล และผลการเรียนรู้  ไว้ดั้งนี้\

การบูรณาการความรู้


การบรูณาการความรู้  (Integrated  Knowledge )

          I :   การบูรณาการความรู้  (Integrated  Knowledge)  การเชื่อมโยงความรู้ที่เกี่ยวข้องภายในศาสตร์ต่าง ๆ  ของรายวิชาเดียวกันหรือหลากหลายวิชาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริง   ในการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ  (Integrated  learning  Management) เป็นกระบวนการจัดประสบการณ์โดยเชื่อมโยงสาระความรู้ของศาสตร์ต่าง      ที่เกี่ยวข้องให้ผู้เรียนได้รับความรู้  ทักษะ  และเจตคติ
          การบูรณาความรู้หมายถึง  การโยงความรู้  หรือการสร้างความสัมพันธ์และรวมแนวคิดเป็นหนึ่งเดียวในสถานการณ์ต่างๆ  การบูรณาการทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้เป็นอันหนึ่งเดียวกัน  และเป็นความรู้ที่ลุ่มลึกและยั่งยืน  การบูรณาการความรู้เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในยุคที่มีความรู้  ข้อมูล ข่าวสารมาก  การบูรณาการความรู้อาจเขียนเป็นลำดับความสัมพันธ์ได้ดังนี้  เริ่มจาก ข้อมูล (data) สารสนเทศ  (information) ความรู้ (Knowledge)    ปัญญา (wisdom)  เป้าหมายหลักของการเรียนคือเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้สิ่งที่ถือว่าสำคัญ
ในหลักสูตรเรียกว่า  หลักสูตรบูรณาการ   (Integrated  Curricula) โดยนำความคิดหลักในวิชามาสัมพันธ์กันเป็นการเชื่อมโยงในแนวนอน  ระหว่างหัวข้อ  และเนื้อหาต่าง ๆ   ที่เป็นความรู้  ทั้ง 3  ด้าน ได้แก่  พุทธิพิสัย  ทักษะพิสัย  และจิตพิสัย  และสัมพันธ์กับวิชาอื่น  


สรุปConclusion)




            การพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศจะเปลี่ยนการเรียนการสอนแบบเดิมที่ครูเป็นศูนย์กลางมา เป็นการเรียนรู้ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน การเรียนรู้ คือกระบวนการทางสังคม ผู้เรียนจะต้องการเรียนรู้เพื่อให้
จามรู้หรือคําตอบ การให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และหาคําตอบจากสื่อสังคมออนไลน์ การเรียนรู้ออนไลน์ การ สร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ใหม่โดยใช้ความสามารถของอินเทอร์เน็ต เว็บ สื่อสังคมออนไลน์เพื่อรับรูปแบบการเรียนการสอนที่เปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมที่มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น สารสนเทศคือ ส่วนสําคัญของการเรียนรู้ สื่อดิจิทัลทํา ให้เกิดโอกาสในการช่วยให้ผู้เรียนรู้เข้าถึงและมี มติสัมพันธ์กับแหล่งสารสนเทศและกลุ่มผู้เรียนรู้ด้วยกัน ผู้สอนจะต้องเรียนรู้และพัฒนาเพื่อให้สอดคล้อง กัสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน คือ e-learning and m-learning กล่าวคือ จัดให้ส่งเสริมการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ และการเรียนรู้แบบ เคลื่อนที่ (Mobile learning) อํานวยความสะดวกให้ทั้งผู้สอนและผู้เรียน เทคโนโลยีที่โดด เด่นที่กําลังทําให้สิ่งของทุกสรรพสิ่งบนโลกสามารถเชื่อมต่อกันได้ นั้นคือ Internet of Everything (IoE) ซึ่ง จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่างๆ โดยจะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งมีการคาดว่า IoE จะทําให้เกิด โอกาสมากมาย ด้วยมูลค่าที่สูงถึงระดับล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีการนํา IoE มาใช้ในการปฏิวัติการศึกษาเพื่อสร้างรูปแบบของการเรียนรู้ของ คนรุ่นใหม่ จะยิ่งทําให้เกิดการต่อยอดการเรียนรู้อย่างไม่มีวันสิ้นสุด


การตัดสินใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่สื่อดิจิทัล


การตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีการและสื่อ

            การตัดสินใจเกี่ยวกับวิธีการและสื่อ บางครั้งเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน ในบางเวลาจะเลือกวิธีการก่อน และเลือกสื่อที่จําเป็นในการใช้ที่หลัง ดูแกน เลียด (Dugan laird:180) เปรียบเทียบวิธีการว่าเป็นเหมือนทาง หลวง (highway) ที่นําไปสู่จุดหมายปลายทาง (จุดประสงค์) และสื่อ (วัสดุฝึก) เป็นสิ่งที่เพิ่มเติม (accessories) บนทางหลวง เช่น สัญญาณ แผนที่ ซึ่งทําให้การเดินทางสะดวกขึ้น
            วิธีการ เป็นกลยุทธ์การเรียนการสอนที่มีระดับความชี้เฉพาะมาก เป็นวิธีการเรียนการสอนที่ตัดสิน ธรรมชาติของบทเรียน Joyce and Weil (1980) เรียกสิ่งเหล่านี้ว่าแบบจําลองการสอน (model of teaching) แบบจําลองเป็นวิธีการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ในระดับบทเรียนมากกว่าที่จะเป็นระดับหน่วยใน หลักสูตร
กฎในการเลือกสื่อ
            การเลือกสื่อมีกฎอยู่ 6 ข้อ หรือเรียกว่าหลักการทั่วไปในการพิจารณาก่อนที่จะตัดสินใจอย่างไม่เป็น ทางการในการเลือกสื่อ
             กฎที่ 1 การเรียนการสอนโดยทั่วไปแล้วต้องการสื่อสองทาง (two way medium) นักเรียนจะ เรียนได้ดีที่สุดเมื่อมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุ/สื่อการเรียนการสอน ครู สมุดทํางาน หรือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์
ช่วยสอน
             กฎที่ 2 ชื่อทางเคียว (one-way media) ควรจะได้รับการสนับสนุน โดยสือที่ให้ข้อมูลป้อนก กาพยนตร์ หรือวีดิทัศน์ จะให้ประสิทธิผลมากกว่า เมื่อมีคู่มือการใช้ควบคู่ไปด้วย หรือมีแบปฝึกตัวอย่างคือ ภาพยนตร์ หรือวีดิทัศน์ จะให้ประสิทธ ปฏิบัติควบคู่ไปด้วย หรือมีครู ซึ่งสามารถที่จะถามคําถามและตอบคำถามได้
            กฎที่ 3 การเรียนรู้ของแต่ละบุคคล ต้องการสื่อที่มีความยืดหยุ่น ตัวอย่างคือ ผู้ที่เรียนเช้าอาจจะ ต้องการสื่อการเรียนที่แตกแขนงออกไปเป็นพิเศษ เช่นการฝึกเสริม (remedial exercises) ตัวอย่างเสริมเป็น พิเศษ สือภาพยนตร์ ควรจะส่งเสริมโดยการเยียวยาแก้ไขหรือมีกิจกรรมที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ง ละบุคคล โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอนสามารถที่จะสนองตอบได้อย่างดีเลิศในความยืดหยุ่นที่มีต่อปัจจัย บุคคล
            กฎที่ 4 การนําเสนอโลกแห่งความเป็นจริง ต้องการสื่อทางทัศนวัสดุ ตัวอย่างนักเรียนพยาบาล เรียนรู้วิธีการตัดไหม จําเป็นต้องเห็นการสาธิต (ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ การสาธิตของจริง) มากกว่าที่จะเขียน | ออกมาเป็นรายการของวิธีการตัดไหม
            กฎที่ 5 พฤติกรรมที่คาดหวังหลังจากการเรียนการสอน ควรจะให้มีการฝึกปฏิบัติในระหว่างที่มี การเรียนการสอน การได้ยิน หรือการได้เห็นทักษะที่แสดงออกมาไม่เป็นการเพียงพอ ตัวอย่าง ผู้ปฏิบัติ จําเป็นต้องทําการตัดไหมตามที่เห็นในวีดิทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นการตัดไหมเทียมๆหรือตัดไหมจริงๆ
            กฎที่ 6 เหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ของบทเรียนอื่นๆ อาจต้องการการเลือกสื่อที่มีความแตกต่าง กัน ตัวอย่าง ทฤษฎีที่อยู่บนหลักการของวิธีการทําหมัน อาจจะต้องการวัสดุอุปกรณ์ที่เป็นสิ่งพิมพ์ ในขณะที่ วิธีการตัดไหม อาจจะต้องการสาธิตที่มีความเป็นจริงมากกว่า (วีดิทัศน์ ภาพยนตร์ ฯลฯ)

                ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการเลือกสื่อ
            ได้มีการเรียนรู้กฏซึ่งจําเป็นในการพิจารณา เมื่อมีการเลือกสื่อการเรียนการสอนเป็นความจําที่มอง หาปัจจัยอื่นๆ ซึ่งจะส่งผลต่อการเลือกสื่อ
ตารางที่ 19 เทคโนโลยีใหม่
Telecommunication-based                                                                                                                  
Teleconferencing                                                                                
Telelectures
Microprocessor-based  
Computer-assisted instruction
Computer Games
 Exper Tutoring Systems
Hypermedia
Interactive Video
 Computer-managed Instruction
Compact Disc






ตารางที่ 20 ข้อควรพิจารณาในการเลือกสื่อ
ปัจจัย
ตัวอย่าง
1. สิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้
บ้าน ที่ทํางานชั้นเรียน ม้านั่ง
2. ประสิทธิผลในการลงทุน
ราคาต่อห้อง และราคาในการดําเนินงาน
3. แหล่งวัสดุอุปกรณ์ที่มีประโยชน์เพียงพอ การพัฒนาภาพยนตร์ สตูดิโอ การพิมพ์
วัสดุอุปกรณ์ที่มีความเหมาะสม มีระเบียบเรียบร้อย
4. ความสะดวกในการใช้ตําแหน่งที่ตั้ง เวลาที่ สําหรับการเตรียมตัว
เช่นใช้มากน้อยเท่าไร บ่อยเท่าไร ขนาดของกลุ่ม
5. สิ่งที่ไม่จําเป็น (Non-essentials)
สีมีความจําเป็นหรือไม่ ตําราเพียงพอ หรือ สไลค์ที่จะใช้ในการนําเสนอเพียงพอหรือไม่
6. ทรัพยากรมนุษย์หาได้ง่ายหรือไม่
ผู้ชํานาญการพิเศษด้านวิธีการผลิตสื่อหาได้ง่ายหรือไม่
7.นโยบาย
นโยบาย เจตคติต่อต้านการเปลี่ยนแปลงข้อขัดแย้งต่างๆ




การเลือกและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน

การเลือกและพัฒนาสื่อการเรียนการสอน

            คําว่า สื่อ มีความหมายกว้างมาก การเรียนการสอนในบางครั้งอาจเกิดขึ้นจากเสียงของผู้สอน ตํารา เทป วีดิทัศน์ ภาพยนตร์ และคอมพิวเตอร์ mediumหรือ media มาจากภาษาลาติน หมายถึง บางสิ่งบางอย่างที่ อยู่ตรงกลาง (Intermediate หรือ middle) หรือเครื่องมือ (instrument) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นวิธีการของการ สื่อสารที่ส่งไปถึงประชาชน เป็นพาหนะของการโฆษณา (Guralinitjv07, 1970) ดังนั้น เมื่อพิจารณาในด้าน ของการสื่อสารแล้ว สื่อจึงหมายถึง สิ่งที่เป็นพาหนะนําความรู้หรือสารสนเทศจากแหล่งกําเนิดไปสู่ผู้รับ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ ภาพยนตร์ รูปภาพ วัสดุฉาย สิ่งพิมพ์ และสิ่งดังกล่าวนี้ เมื่อนํามาใช้กับการเรียนการสอน เรา เรียกว่าสื่อการเรียนการสอนกลวิธีการสอนและการตัดสินใจเลือกสื่อ เป็นความสัมพันธ์ระหว่างกัน และควรจะทําไปพร้อมกัน หลังจากที่ได้มีการกําหนดจุดหมายและวิเคราะห์ภาระงานแล้ว แบบจําลองในการเลือกสื่อมีทั้งแบบที่มีความ เรียบง่าย และแบบที่มีความซับซ้อน โรเบิร์ต เมเจอร์ (Robert Mager) (Knirk and Gustafson, 1986 : 169) ผู้ซึ่ง เป็นนักออกแบบการสอน เพื่อการค้าที่ประสบความสําเร็จ ได้กล่าวว่า กระดาษเป็นตัวกลางอย่างหนึ่งของการ เลือก นอกจากว่าในกรณีที่ดีที่จะสามารถเลือกใช้สิ่งที่ทําจากอย่างอื่น วัสดุที่เป็นกระดาษมีราคาแพงในการ ออกแบบและผลิต ง่ายที่จะผลิตเพิ่มใช้ง่าย และนักเขียนส่วนใหญ่มีความเข้าใจ สิ่งเหล่านี้เป็นตัวอย่างของ แบบจําลองง่ายๆ สําหรับการเลือกสื่อ ส่วนแบบจําลองที่ซับซ้อนเป็นวิธีการที่ส่วนใหญ่ควรจะหลีกเลี่ยง เท่าที่จะเป็นไปได้ เมื่อเปรียบเทียบกับหลักเกณฑ์ของทหาร ก็คือ อย่าโง่เลย ทําให้ดูง่ายๆ เถอะ (KISS : Keep It Simple, stupid)
            การนําเสนอสื่อการเรียนการสอน ควรเป็นการกระตุ้นทางการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ง่าย แก่การเข้าใจ สื่อที่ซับซ้อนมีแนวโน้มของการสิ้นเปลืองเวลาและค่าใช้จ่ายสูงและบ่อยครั้งพิสูจน์ได้ว่ามี

ประสิทธิภาพและเชื่อถือ ไม่ได้ ควรใช้สื่อการเรียนการสอนที่ถูกที่สุดที่ทําให้ผู้เรียนบรรลุจุดประสงค์ตาม เจตนารมณ์ภายในระยะเวลาที่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตามข้อควรจํา คือ การสื่อราคาย่อมเยาที่ผลิตไม่ดีทำให้
 การเรียนการสอนไม่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับการใช้สื่อที่ซับซ้อนดังกล่าวแล้วเช่นกัน 
 การเลือกและการพัฒนาสื่อการเรียนการสอน เป็นเรื่องสําคัญอีกประการหนึ่งในกระบวนการ ออกแบบการเรียนการสอนอย่างเป็นระบบ นักออกแบบการเรียนการสอนต้องตัดสินใจเกี่ยวกับการ วิธีการเสื่อ หรือเลือกวิธีการ เลือกวัสดุอุปกรณ์ ระบุประโยชน์ของวัสดุอุปกรณ์ทางการค้าริเริ่มและเฝ้าระวัง


            กระบวนการผลิตสื่อ นักออกแบบอาจจะทําเพียงการวางแผนมโนทัศน์ สคริปและนานๆ
 อาจจะผลิตวัสดุ (software) สําหรับจําหน่ายความจํากัดสําหรับบทบาทของผู้ออกแบบในการตัดสินใจ เกี่ยวกับวิธี/สื่อ จะหลากหลายไปตามสถานการณ์ และแม้ว่าจะมีวิธีการหลายวิธีในการจําแนกสื่อเป็น ประเภทๆ ก็ตาม ก็ยังไม่มีอนุกรมภิธานสื่อ (taxonomy of media) ที่พัฒนาขึ้นจนเป็นที่น่าพอใจ (Seels and Glasgow, 1990 : 179)
            ในบทนี้จึงเป็นการเสนอสื่อ 3 ประเภท คือ วิธีการ สื่อดั้งเดิม เทคโนโลยีใหม่หรือสื่อดิจิทัล ภายใน แต่ละประเภทจะมีทางเลือกและรูปแบบมาก เช่น กราฟฟิก และฟิล์ม หรือโทรทัศน์เฉพาะกราฟิกก็มีหลาย รูปแบบ ได้แก่ แผนภูมิ การ์ตูน และภาพประกอบการเลือกวิธีการสื่อ อยู่บนพื้นฐานของเกณฑ์จะมีความ เหมาะสมสําหรับผู้เรียนสิ่งที่เรียนและข้อจํากัดคุณลักษณะของผู้เรียน จุดประสงค์ สถานการณ์การเรียนรู้ และ ข้อจํากัดนั้นต้องระบุขึ้นก่อนที่จะเลือกวิธีการและสื่อหลังจากที่ได้มีการระบุวิธีการสื่อแล้วผู้ออกแบบต้อง แสวงหาสื่อจากดัชนีสื่อจากสื่อที่สร้างขึ้นเพื่อการค้าซึ่งสามารถที่จะนํามาใช้หรือนํามาปรับใช้ได้ถ้าสื่อ เหล่านั้นไม่มีประโยชน์ก็ต้องผลิตสื่อขึ้นเอง
   ผู้ออกแบบการเรียนการสอนต้องตัดสินใจว่าใครจะเป็นผู้ผลิตสื่อ ทีมในการผลิตควรจะประกอบ ไปด้วยใครบ้าง ผู้ออกแบบต้องริเริ่ม เฝ้าระวังติดตามกระบวนการผลิต เป็นความรับผิดชอบของผู้ออกแบบที่ จะต้องมีความแน่ใจในบูรณาการภาพของการออกแบบและคุณภาพของวัสดุอุปกรณ์ด้วยการเฝ้าระวังติดตาม การผลิต

            ประเภทของสื่อ
            สื่อสามารถจําแนก ได้ สี่ ประเภท คือ สือทางหู (audio) ทางตา (visual)ทางหูและทางตารวมกัน (audio- isual) และสัมผัส (tactile) ผู้ออกแบบสามารถเลือกสื่อที่เหมาะสมที่สุดจากประเภทของสื่อต่างๆ สาหรับภาระงานการเรียนการสอนที่มีความเฉพาะเจาะจงสื่อต่างๆทั้ง 4 ประเภทและตัวอย่างที่เกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้
1.   สื่อทางหู ได้แก่ เสียงของผู้ฝึก ห้องปฏิบัติการทางเสียง การเตรียมเทปสําหรับผู้ฝึกเทป แผ่นเสียงวิทยุกระจายเสียง
            2. สื่อทางตา ได้แก่ กระดานชอล์ก กระดานแม่เหล็ก กราฟ คอมพิวเตอร์ วัตถุต่างๆ ที่เป็นของ โดาพ แผนภูมิ กราฟภาพถ่าย หุ่นจําลอง สิ่งที่ครูแจกให้ หนังสือ ฟิล์ม สไลด์ แผ่นใส่
             3. สื่อทางหูและทางตา ได้แก่ เทปวีดิโอ ทีวีวงจรปิด โปรแกรมโสตทัศนวัสดุ สไลด์ เทป คนตร์เสียงในฟิล์ม ทีวีทั่วไป เทคโนโลยีอื่นๆ เช่น ดิจิทัล วีดิโอ อินเตอร์แอคทิฟเทคโนโลยี (digital
video interactive technology)
             4. สื่อทางสัมผัส ได้แก่ วัตถุของจริงแบบจําลองในการทํางาน เช่น ผู้แสดงสถานการณ์จําลอง
         

    ข้อดีและข้อเสียของสื่อบางประเภท
            ในการเลือกสื่อที่มีความเหมาะสมที่สุดสําหรับภาระงานการเรียนรู้ที่มีความเฉพาะเจาะจง ออกแบบจําเป็นต้องรู้ถึงความเป็นไปได้ในข้อดีและข้อเสียที่เกี่ยวข้องกับสื่อแต่ละประเภท ตารางที่ 16 จะ แสดงให้เห็นถึงข้อดีและข้อเสียของตัวอย่างสื่อจากประเภทของสื่อสําคัญ 4 ประเภทและตารางที่ 17 แสดง ประเภทและคุณสมบัติของสื่อการเรียนการสอน

การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล


บทที่ 5 การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล (Digital Learning)

            D: การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัล (Digital Learning) การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัลเป็นการเรียนรู้ผ่าน เช่น เครือข่ายสังคมออนไลน์ Social networking) การแชร์ภาพ และการใช้อินเทอร์เน็ตแบบเคลื่อนที่ การเรียนรู้จากสื่อดิจิทัลมีนัยมากกว่าการรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ยังครอบคลุมถึงประเด็น เกงวกับเนื้อหา (ดาtent) จริยธรรม สังคม และการสะท้อน(Relection) ซึ่งตั้งอยู่ในการเรียนรู้ การทํา และชีวิตประจําวัน

            พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต 2546 : 9  10) กล่าวว่า  สังคมข่าวสารข้อมูลหรือสังคมข่าวสาร หรือสังคมสารสนเทศ โลกมีข่าวสารข้อมูลแพร่กระจายกว้างขวางทั่วถึงรวดเร็วมาก ก็คิดว่าคนจะฉลาด คนจะมีปัญญาจะเข้าสู่ยุคแห่งปัญญา แต่ที่จริงการมีข้อมูลข่าวสารมากไม่จําเป็นต้องทําให้คนมีสติปัญญา หากว่าไม่พัฒนาคนให้รู้จัก รับและใช้ข้อมูลนั้น และกล่าวสรุปไว้ว่าจําแนกคนได้เป็นสามประเภทดังนี้                                                       
1. กลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อ  ในกรณีที่คนไม่พัฒนาสติปัญญาอย่างถูกต้องให้สามารถเข้าถึงข้อมูลอย่างแท้จริง และสามารถถือเอาประโยชน์จากข่าวสารข้อมูลได้ก็จะเป็นโทษอย่างมาก ข่าวสารข้อมูลจะกลายเป็น เครื่องมือก่อสร้างและหลอกลวงทําให้คนเป็นเหยื่อ                                                                               
2.     กลุ่มที่รู้เท่าทัน คนจํานวนมากมีความภาคภูมิใจว่าตนตามทันข่าวสารข้อมูล มีข่าวสารข้อมูล อะไรออกมาก็ตามทันหมด ปรากฏว่าตามทันเท่านั้น แต่ไม่รู้เท่าทัน และก็ถูกกระแสข่าวสารข้อมูลท่วมทับ พัดพาไป กรณีเช่นนี้ถ้ามีปัญญารู้เท่าทันก็จะทําให้ดํารงอยู่ท่ามกลางกระแสได้ เป็นผู้ที่ยืนหยัดตั้งหลักอยู่ได้
     3. กลุ่มที่อยู่เหนือกระแส การรู้เท่าทันยังไม่พอ ควรที่จะสามารถทําได้ดีกว่านั้นอีกคือขึ้นไปอยู่ เหนือกระแส เป็นผู้ที่สามารถนําเอาข้อมูลข่าวสารมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง คนกลุ่มนี้สามารถ จัดการกับกระแส โดยทําการเปลี่ยนแปลงในกระแสหรือนํากระแสให้เดินไปในทิศทางใหม่ที่ถูกต้อง
            ศูนย์พัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ (http://www.dlthailand.com/thima-khxng-khongkar) อ้างอิงงานวิจัยของ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยว่าสาเหตุหลักส่วนหนึ่งของปัญหา คุณภาพการศึกษาไทย คือ การที่ ระบบการศึกษาของไทยในปัจจุบันเป็นระบบที่ไม่เอื้อต่อการสร้าง ความรับผิดชอบ (Accountability) หลักสูตรและตําราเรียนของไทยไม่สอดคล้องกับ การพัฒนาทักษะแห่ง ศตวรรษที่ 21 (21st Cen ซึ่งมีผลทําให้การเรียนการสอน ตลอดไปจนถึงการทดสอบยังคงเน้น การจดจําเนื้อหามากกว่าการเรียนเพื่อให้ มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง อีกทั้งสภาพการจัดการศึกษาของ ประเทศไทยในปัจจุบัน กําลังประสบปัญหา

ในด้านคุณภาพของนักเรียน ปรากฏอยู่ในหลายพื้นที่ ซึ่งมีสาเหตุจาก การขาดครูหรือครูไม่ครบชั้นไม่สาระการเรียนรู้ครูมีประสบการณ์หรือทักษะการจัดการเรียนรู้น้อย ขาดสื่อ อุปกรณ์ที่ทันสมัยและการส่งได้ลําบาก ครูมีเวลาในการจัดการเรียนการสอนน้อย กิจกรรมของโรงเรียนมีมาก ทรัพยากรที่มีกระจัด จายไม่สามารถนํามาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า และการแก้ปัญหาต่างๆก็ทําได้ในวงจํากัด 
 กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดทําโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมี กิจกรรมหลัก คือการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลโดยแบ่งเป็น 
กิจกรรมย่อย คือ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) 
และ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทางไกล ปานเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) การพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีทางไกล (Distance 1.ins) เป็นการจัดการศึกษาที่ใช้เทคโนโลยี ในการจัดการเรียนการสอนในทุกห้องเรียน แก้ปัญหาการ ขาดแคลนครู ในโรงเรียนขนาดเล็ก ครูสามารถจัดการเรียนรู้ในทุกสาระได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักเรียนและ ครได้เข้าถึง สื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัย นักเรียนและครูมีเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และทุกภาคส่วนเข้า มามีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษา

 การนําเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล (Distance Learning) มายกระดับ คุณภาพการศึกษา เป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ การจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (Distance Learning Television : DLTV) 
และการจัดการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Distance Learning via Information Technology ; DLIT) มาดําเนินงานโดยเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษา โดยมีการจัด สภาพการสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน ของครูอย่างครบถ้วน ทั้งกระบวนการออกแบบกิจกรรมการ เรียนการสอนที่เน้น กระบวนการสร้างความรู้ จากการลงมือปฏิบัติ เนื้อหา ตลอดจนสื่อและอุปกรณ์ที่จําเป็น
ในการจัดเรียนการสอน อันจะเป็นการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ลดช่องว่างและเพิ่มโอกาสในการ เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพให้กับ ประชาชนไทยทุกคน อันเป็นการดําเนินการตามรอยเบื้องพระยุคลบาท และสนองพระราชดําริในการที่จะพัฒนาการศึกษาไทยให้เจริญก้าวหน้า
  เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ (การศึกษาจะถูกเปลี่ยนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล บทความไอที 24 ชั่วโมง วันที่: 25 พฤศจิกายน 2016) ได้เสนอบทความเรื่อง การศึกษาจะถูกเปลี่ยนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
 สรุปความว่า เทคโนโลยีที่โดดเด่นที่กําลังทําให้สิ่งของทุกสรรพสิ่งบนโลกสามารถเชื่อมต่อกันได้ นั้นคือ Internet of Everything (IoE) IoE จะสร้างสภาพแวดล้อมแห่งการเรียนรู้ ที่มีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและผู้สอน มากกว่าในอดีตที่ผ่านมา เช่น นักศึกษาที่อาศัยอยู่ในลอนดอนสามารถร่วมรับฟังการบรรยายจาก สถาบันการศึกษาในสหรัฐอเมริกาได้ โดยอาศัยอุปกรณ์สื่อสารที่ทําให้ระยะทางไม่เป็นอุปสรรคในการเรียน โดยข้อมูลการเรียนรู้และข้อมูลทั้งหมดจะพร้อมให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงข้อมูลทั้งหมดได้ตลอดเวลาข้อมูล และสื่อการสอนต่างๆ ที่มีอยู่จะถูกนํามาใช้ร่วมกันในรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่จะส่งผลกระทบต่อ “วิธีการ” และ “สถานที่” ที่ใช้ในการเรียนรู้ ดังนั้นผู้เรียนจะต้องเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ เศรษฐกิจ - ที่เชื่องฟูทําให้IoE มีความจําเป็นมากกว่าทักษะและจํานวนของผู้เชี่ยวชาญ อีกทั้งการเชื่อมต่อที่เกิดขึ้นโดย loE จะทําให้อุปกรณ์สามารถนํามาใช้ประเมินประสิทธิภาพของผู้เรียน แบบทดสอบเพื่อทดสอบจุดอ่อนและจุคแข็งของผู้เรียน และ นอกจากนี้ loE ยังสามารถเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของผู้มีความบกพร่องทางร่างกายและทางสติปัญญา เช่น 1 ประเทศออสเตรเลีย นําเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ไปใช้ในโรงเรียนสอนผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย โดยของผู้เรียน และใช้ในการปรับปรุงการเรียนรู้สําหรับ เซ็นเซอร์จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนรู้ภาษามือของผู้เรียน และใช้ในการ ผู้เรียนสมาธิสั้น โดยการตรวจเช็คการทํางานของสมองและการให้รางวัลสําหรับผู้เรียนที่มีพัฒนาการเรียนที่ดีขึ้น


  คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปก สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ข่าว ประชาสัมพันธ์ วันที่ 4 พฤษภาคม2561) ได้นําเสนอ Digital Learning Platform แนวทางการจัดการเรียนการ สอนผ่านระบบออนไลน์และการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ณ สํานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา สรุปได้ว่า ในเรื่องของการศึกษา สิ่งแรกที่ต้องกระทําคือปรับกระบวนทัศน์ (Paradigm) ให้ชัดเจน ชัยชนะจะ เกิดขึ้นได้อยู่ที่ Big data ซึ่งBig data ในที่นี้ความหมายที่ถูกต้องคือ ข้อมูลที่เอามาวิเคราะห์และเอาไปใช้ ประโยชน์ในการบริหาร ได้โดยสะดวก ไม่ใช่หมายถึงข้อมูลจํานวนมากที่จัดเก็บไว้ใคอมพิวเตอร์แม่ ข่าย นอกจาก Big data แล้ว จิตวิทยาในการจัดการศึกษาเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ ต้องออกแบบในสิ่งที่ผู้เรียน อยากเรียน ไม่ใช่ออกแบบอย่างที่เราต้องการ ต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายใน เพราะที่ผ่านมาไม่ค่อยให้ ความสนใจกับผู้ใช้ (User) และผู้เรียน (Learner) กระทรวงศึกษาธิการต้องตั้งโจทย์ว่าผู้เรียนอยากรู้อะไรที่ไม่ เคยรู้และไม่เคยคิดว่าจะมีทางทําได้ ประเทศไทยกําลังเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสําคัญ 5 ด้าน ได้แก่
            1) Digital Infrastructure  การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อ เศรษฐกิจและสังคมได้ดําเนินการโครงการเน็ตประชารัฐเข้าถึงพื้นที่ระดับชุมชน                                         
           2) คนกับดิจิทัล ต้องมีการสร้างคนในระดับต่างๆ การศึกษาต้องจับคู่กับความต้องการของด้าน แรงงานให้เหมาะสม ว่ามีความต้องการคนทํางานที่มีคุณสมบัติอย่างไร และด้านใดบ้าง เพราะจะเห็นได้ว่าใน บางธุรกิจเช่นธุรกิจธนาคาร หรือบางอุตสาหกรรม คนเริ่มถูก AI เข้ามาแทนที่แล้ว                         
          3) Big Data ในภาครัฐ ต้องมีการบูรณาการข้อมูลระหว่างกระทรวงเพื่อนํามาวิเคราะห์ ออกแบบ และวางแผนทางด้านนโยบายต่างๆ เช่น การเชื่อมโยงข้อมูลการผลิตกําลังคนในระบบการศึกษา ตอบโจทย์ความต้องการแรงงานในภาคอุตสาหกรรมเป็นต้น                                                                                 
         4) Cyber Security ต้องให้ความสําคัญกับความปลอดภัยของระบบสารสนเทศ                                       
         5) Internet of Things (IoT) มหาวิทยาลัยต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยี IOTอย่างเร่งด่วน
            อติพร เกิดเรือง (2560) ได้เสนอผลการศึกษาเรื่อง การส่งเสริมการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพื่อ รองรับสังคมไทยในยุคดิจิทัล (วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏลําปาง 173 - 184) สรุปดังนี้ 1 กาะ ในศตวรรษที่ 21 เพื่อรองรับสังคมในยุคดิจิทัล มี 4 องค์ประกอบหลัก คือ 

      1) การเรียนรู้เกี่ยวกับดิจิทัล 
      2) การสร้างสรรค์ 
      3) การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ 
      4) ผลิตภาพที่มีคุณภาพสูง 

2. การเรียนรู้จากยุคเดิมสู่ยุค คาง ต้องจัดการเรียนรู้ ที่คํานึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างการเรียน การทํางาน และการดํารงชีวิต เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ส่งเสริมการค้นคว้าด้วยตนเองโดยนําเทคโนโลยีเข้ามาช่วยใน การจัดการเรียนรู้ให้ มากที่สุด ผู้สอนเป็นผู้ชี้แนะแนวทางในการเรียนรู้ตามหลักสูตร และการวัดผลและประเมินผลพัฒนาการ มากกว่าการวัดผลสัมฤทธิ์ 3. การจัดการศึกษาในยุคดิจิทัล ต้องคํานึงถึงการปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นการสร้างสรรค์ปรับแต่ง การเรียนรู้การคิดเชิงวิพากษ์และการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน เน้นการใช้เครือข่าย ออนไลน์ การจัดการเรียนรู้สร้างสถานการณ์ จําลองให้ผู้เรียนพบประสบการณ์จริง เนื้อหาการเรียนรู้ควรมี การแลกเปลี่ยนเรียนรู้บนเครือข่ายออนไลน์ สามารถสร้างองค์ความรู้ แบ่งปันความรู้และเนื้อหาผ่านเครือข่าย ออนไลน์และส่งเสริมความรู้ในโลกแห่งการทํางานมากขึ้น


บล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา การจัดการการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิจิตรา ธงพานิช  ผู้จั...