แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สัปดาห์ที่ 10 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สัปดาห์ที่ 10 แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562
วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562
ตรวจสอบและทบทวน
ในการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ขึ้นการประเมินการเรียนรู้อิงมาตรฐานปฏิบัติการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ด้วยการเขียนระดับคุณภาพของผลการเรียนรู้ซึ่งอาจใช้แนวทางการกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะตามแนวคิดSolo
taxonomy การเรียนรู้อย่างลุ่มลึกไม่ใช่เรียนแบบผิวเผินๆหรือแนวทางอื่นๆ
การประเมินการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
โดยใช้แนวทางการกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะ
ตามแนวคิดSolo
taxonomy
วิธีการวัดและประเมินผล
|
รายการที่ประเมิน
|
||||
|
1.Pre-structural
(ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน)
|
2.Uni -structural (ระดับมุมมองเดียว)
|
3. Multi-structural (ระดับหลายมุมมอง)
|
4.Relational (ระดับเห็นความสัมพันธ์)
|
5.Extendedabstract (ระดับขยายนามธรรม)
|
|
ผู้เรียนจะยังคงไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริง
และยังคงใช้วิธีการง่ายๆในการทำความเข้าใจสาระเนื้อหา เช่น
ผู้เรียนรับทราบแต่ยังคงพลาดประเด็นที่สำคัญ
|
คือ
การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งไปที่มุมมองที่เกี่ยวข้องเพียงมุมมองเดียว เช่น
สามารถระบุชื่อได้ จำได้ และทำตามคำสั่งง่ายๆได้
|
การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งเน้นไปที่หลายๆมุมมองโดยการปฏิบัติต่อผู้เรียนจะเป็นไปอย่างอิสระ
เช่น สามารถอธิบายได้ ยกตัวอย่างได้ หรืออาจเชื่อมโยงได้
|
การบูรณาการความสัมพันธ์ต่างๆเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
เช่น ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ระบุความแตกต่าง แสดงความสัมพันธ์
อธิบายเชิงเหตุผล และ/หรือนำไปใช้ได้
|
นักเรียนเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเนื้อหาเข้าด้วยกัน
จากนั้นจึงมาสู่การสร้างเป็นแนวคิดนามธรรมขั้นสูง หรือการสร้างทฤษฎีใหม่ เช่น
การสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิด สร้างทฤษฏีใหม่ เป็นต้น
|
หมายเหตุ เกณฑ์การให้คะแนน
1.Pre-structural (ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน) คือ
ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ
Pre-structural จะได้ 1-2คะแนน
2.Uni-structural (ระดับมุมมองเดียว) คือ
ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ Uni-structural จะได้ 3-4 คะแนน
3. Multi-structural (ระดับหลายมุมมอง) คือ
ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ Multistructural จะได้ 5-6คะแนน
4. Relational (ระดับเห็นความสัมพันธ์) คือ
ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ Relational จะได้
7-8 คะแนน
5. Extendedabstract (ระดับขยายนามธรรม) คือ
ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ Relational จะได้ 9-10คะแนน
สรุป
การประเมินอิงมาตรฐานระดับที่มีความสำคัญที่สุดคือ การจัดการเรียนรู้หรือการเรียนการสอนนั้นประสบผลสำเร็จ โดยดูจากผู้เรียนมีความรู้
และทักษะเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้
กล่าวได้ว่าโปภรแกรมการเรียนการสอนมีประสิทธิผลระดับใด อีกประเด็นหนึ่งคือการจัดการเรียนการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนหรือการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพระดับใด การประเมินคุณภาพภายใน เป็นการประเมินให้ความสำคัญที่กระบวนการ (process)
การประเมินคุณภาพภายในเป็นการประเมินในระหว่างจัดการเรียนรู้หรือการเรียนการสอนมีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบปรับปรุงแก้ไขสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้และการปรับปรุงสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอน ส่วนการประเมินคุณภาพภายนอก เป็นการประเมินที่มุ่งตอบคำถามว่า การจัดการเรียนการสอนประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้หรือไม่
ผู้เรียนมีคุณลักษณะตามที่หลักสูตรกำหนดไว้หรือไม่ คำถามหลัก คือ ผู้เรียนสามารถปฏิบัติงานหลังจากการเรียนการสอนได้หรือไม่ กระบวนการมีขั้นตอนใดที่มีปัญหาอุปสรรค เพื่อนำไปเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้บริหารได้พัฒนาในโอกาสต่อไป
การกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้
การกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้
The
SOLO taxonomy
The
SOLO taxonomy เป็นการจัดระดับเพื่อประโยชน์ในการแสดงคุณสมบัติเฉพาะในระดับต่าง ๆ
กันของคำถาม และคำตอบที่คาดว่าจะได้รับจากผู้เรียน เป็นชุดของเกณฑ์การประเมินผลการเรียนที่เป็นระบบที่นำมาช่วยอธิบายว่า
ผู้เรียนมีพัฒนาการปฏิบัติที่ซับซ้อนอย่างไร
ในการเรียนเพื่อรอบรู้ที่มีความหลากหลายของภาระงานทางวิชาการ
โดยที่นิยมจุดประสงค์ของหลักสูตร ในสภาพที่พึงประสงค์ของการปฏิบัติ
เพื่อประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคนที่ปฏิบัติได้จริง
การใช้ SOLO
Taxonomy ในการกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้ จะช่วยให้ทั้งครูและผู้เรียนตระหนักถึงองค์ประกอบที่หลากหลายจากหลักสูตรได้อย่างแจ่มชัดขึ้น แนวคิดดังกล่าวถูกนำไปกำหนดเป็นนโยบายใช้ในการประเมินในมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาหลายแห่ง
สืบเนื่องจากสามารถนำไปใช้ได้ในหลายสาขา การประเมินความสามรถในการปฏิบัติของผู้เรียนอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาผู้เรียนในแง่ของความเข้าใจที่ซับซ้อน
ซึ่งความเข้าใจดังกล่าวแบ่งได้เป็น 5 ระดับ (1) ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน (Pre-structural) (2)
ระดับโครงสร้างเดี่ยว (Uni-structural) (3) ระดับโครงสร้างหลากหลาย (Multi-
structural) (4) ระดับความสัมพันธ์ของโครงสร้าง (Relational Level) และ (5)
ระดับแสดงความต่อเนื่องในโครงสร้างภาคขยาย (Extended Abstract Level)
ตารางที่ 24 การจัดระดับ SOLO
Taxonomy คำถามแลการตอบสนองที่คาดหวังจากผู้เรียน
ประเด็นสำคัญที่พึงระมัดระวังในการใช้ SOLO
Taxonomy
การปรับใช้ SOLO
Taxonomy กับแนวคิดการสรรค์สร้างองค์ความรู้
ต้องนึกอยู่เสมอว่าปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการสอนและการเรียนรู้มีอยู่มากมาย อาทิ
ในการสอนครูสอนมีวิธีการสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้อย่างไร
ครูสอนต้องมีความรู้เกี่ยวกับแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียน
ในการเรียนรู้ผู้เรียนมีความสามารถในการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด
จะต้องมีสิ่งสนับสนุนอะไรจึงจะช่วยให้ผู้เรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้
การกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะนี้เป็นการให้ความสำคัญที่การเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคนตามความสามารถ
(แทน “สิ่งที่ครูมักระบุว่านักเรียนคนนั้น คนนี้ เก่ง /
ไม่เก่ง หรือ ดี / ไม่ดี”)
และการสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนเพื่อจะนำไปสู่การเรียนรู้ที่ดี
การปฏิบัติตามแนวคิดดังกล่าวนี้ สรุปได้ว่า
· ทำให้ ILO ชัดเจนยิ่งขึ้น
(ความมุ่งมั่น/เจตนา (Intended) การเรียนรู้ (Learning )ผลผลิต(Outcomes)
· การทดสอบสมรรถ ILO’
s การสอน
ครูผู้สอนต้องบอกกระบวนการ ILO ในการบรรลุผลการเรียนรู้
ให้นักเรียนได้รับทราบด้วย
SOLO Taxonomy มีเหมาะสมดีที่นำมาใช้ในการให้เหตุผลในการกำหนดสมรรถนะในหลักสูตรและรายวิชาต่าง
ๆ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
การกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะตามแนวคิด SOLO
Taxonomy การเรียนรู้อย่างลุ่มลึกไม่ใช้เรียนแบบผิวเผิน
SOLO
4 : การพูดอภิปราย สร้างทฤษฎี
ทำนายหรือพยากรณ์
SOLO
3 : อธิบาย วิเคราะห์ เปรียบเทียบ
SOLO
2 : บรรยาย รวมกัน จัดลำดับ
SOLO
1 : ท่องจำ ระบุ คำนวณ
บทบาทของการสอบ
“การสอบไม่ใช่สิ่งที่ตามมาแต่ต้องคิดไว้ก่อน” แนวคิดสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรเมื่อต้องการทดสอบสมรรถนะหรือผลผลิตของการสอน นักพัฒนาหลักสูตรจะต้องมีความรู้ต่อไปนี้
ทฤษฎีการวางแผน (ตลอดโปรแกรมของหลักสูตร)
ทฤษฎีเกี่ยวกับแรงจูงใจ (และสิ่งที่กระตุ้นแรงจูงใจ)
ทั้งนี้เพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิด “การสอบคล้ายกับ” การเปลี่ยนจากความชั่วร้าย
เป็นการสร้างแรงจูงใจ (motivation) และแนวทางในการเรียนรู้ (learning
guiding) ที่เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอน
การจัดลำดับขั้นตอนของจุดประสงค์การเรียนรู้ของบลูม
(Bloom Taxonomy 1956) เมื่อนำมาสัมพันธ์กับแนวคิด (SOLO
Taxonomy ของ Biggs & Collis 1982)
SOLO 1 และ 2
สอดคล้องกับแนวคิดของบลูม ในขั้นความรู้ (จำ) ความเข้าใจ
และการนำไปใช้ข้อมูลเชิงปริมาณ
SOLO 3 และ 4
สอดคล้องกับแนวคิดของบลูม ในขั้นการวิเคราะห์ สังเคราะห์และประเมินค่าข้อมูลเชิงคุณภาพ
การประเมินคุณภาพภายนอก
การประเมินคุณภาพภายนอก คือ การประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา การติดตาม การตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
ความสำคัญของการประเมินคุณภาพภายนอก
การประเมินคุณภาพภายนอก มีความสำคัญและมีความหมายต่อสถานศึกษา หน่อยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน ดังต่อไปนี้
1.
เป็นการส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนาเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐาน
2.
เพิ่มความมั่นใจ และคุ้มครองประโยชน์ให้ผู้รับบริการ
3.
สถานศึกษาและหน่วยงานที่กำกับดูแล
4.
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับนโยบายมีข้อมูลสำคัญในภาพรวม
วัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา
การประเมินคุณภาพภายนอก
มีวัตถุประสงค์ต่อไปนี้
1.
เพื่อตรวจสอบ ยืนยันสภาพจริงในการดำเนินงานของสถานศึกษา
2.
เพื่อให้ได้ข้อมูลซึ่งจะช่วยสะท้อนให้เห็นจุดเด่น
3.
เพื่อช่วยแนะแนวทางปรับปรุง
4.
เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษามีการพัฒนาคุณภาพ
5.
เพื่อรายงานผลการประเมินคุณภาพ
ผู้ประเมินภายนอก หมายถึงบุคคลหรือหน่วยงานที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดและได้การรับรองจาก
สมศ.
มาตรฐานการศึกษา คือข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณภาพที่พึงประสงค์และเป็นเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง
4. การประเมินคุณภาพภายใน
Clark (2005 : 2) กล่าวว่า
การประเมินคุณภาพภายในโปรแกรมการเรียนการสอน (internal evaluation)
เป็นวิธีการประเมินที่นำไปใช้ในการตัดสินคุณค่าของโปรมแกรมการเรียนการสอนในระหว่างการดำเนินการ
การประเมินเน้นที่กระบวนการ (process)
การประเมินคุณภาพภายในมีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบแก้ไขและปรับปรุงสื่อการเรียนการสอน
เพื่อให้เกิดประสิทธิผลยิ่งขึ้นเมื่อนำไปใช้กับผู้เรียนโดยทั่วไป ในการประเมินจะเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน
การประเมินนี้จึงมีบทบาทสำคัญของการจัดการเรียนการสอน เคมพ์ (Kemp : 1971)
เสนอแนะการประเมินไว้ ดังนี้
1.
ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในระดับที่เป็นที่ยอมรับตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้หรือไม่
ผู้เรียนมีข้อบกพร่องใดบ้าง
2.
ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้ความรู้ หรือทักษะในระดับที่เป็นที่ยอมรับหรือไม่
3.
ผู้เรียนใช้เวลานานเพียงใด เพื่อให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้
4.
กิจกรรมต่าง ๆ เหมาะสมสำหรับผู้เรียนและผู้สอนหรือไม่
5. วัสดุต่าง
ๆ สะดวกและง่ายต่อการติดตั้ง การหยิบ การใช้ หรือการเก็บรักษาหรือไม่
6.
ผู้เรียนมีปฏิกิริยาต่อวิธีการเรียนการสอน กิจกรรม วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ และวิธีการประเมินผลอย่างไรบ้าง
7.
ข้อสอบเพื่อประเมินตนเอง ใช้วัดจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอนได้หรือไม่
8.
ควรมีการปรับปรุงแก้ไขโปรมแกรมในส่วนใดบ้าง (เนื้อหา รูปแบบ และอื่น ๆ)
การประเมินภายนอก
1.
จุดมุ่งหมายทั้งหมด ได้รับการบรรลุในระดับใดบ้าง
2.
หลักจากการเรียนการสอนผ่านไปแล้ว การปฏิบัติงานผู้เรียนเกี่ยวกับการใช้ความรู้
ทักษะ และการสร้างเจตคติมีความเหมาะสมหรือไม่
3.
การใช้วัสดุต่าง ๆ ง่านต่อการจัดการสำหรับผู้เรียนจำนวนมาก ๆ หรือไม่
4.
สิ่งอำนวยความสะดวก กำหนดการ และการนิเทศ มีความเหมาะสมกับโปรมแกรมหรือไม่
5.
มีการระวังรักษาการหยิบ การใช้เครื่องมือวัสดุต่าง ๆ หรือไม่
6. วัสดุต่าง
ๆ ที่เคยใช้แล้ว ถูกนำมาใช้อีกหรือไม่
7.
ผู้เรียนมีเจตคติอย่างไรบ้างต่อวิชาที่เรียน
การประกันคุณภาพการศึกษา
การประกันคุณภาพการศึกษา
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 48 “ให้หน่วยงานต้นสังกัด และสถานศึกษาจัดให้ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายใน เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารการศึกษาที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง”
การประกันคุณภาพสถานศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้ได้มาตรฐานทั้งในระดับอุดมศึกษา และระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งแนวคิดที่เกี่ยวข้องมีดังนี้
1.
การประกันคุณภาพเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน (ASEAN Cooperation Initiative
in Quality Assurance)
การประกันคุณภาพการศึกษาเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างมาตรฐานและเสริมสร้างคุณภาพการศึกษาของหลักสูตร โยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการประกันคุณภาพการศึกษาระดับในอาเซียน
(AUN Quality Assurance - AUN -QA)
ที่ตระหนักถึงความสำคัญของประกันคุณภาพการศึกษาในการศึกษา
ให้แก่มหาวิทยาลัยในเครือข่าย AUN เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน
( AUN Quality Assurance - AUN -QA)
เป็นกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาและสร้างมาตรฐานการอุดมศึกษาของมหาวิทยาลัยสมาชิกให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน การรับรองมาตรฐานระดับหลักสูตรจะเริ่มต้นจากความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และนำมากำหนดไว้ในผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดว่าจะได้รับ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสูตรการรับรองมาตรฐานคุณภาพระดับหลักสูตร
ตามเกณฑ์ ASEAN University Network Quality
Assurance : AUN-QA โดยเกณฑ์พิจารณา 11 หมวด ได้แก่
1.
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังไว้
2.
ข้อกำหนดหลักสูตร
3.
โครงสร้างหลักสูตรและเนื้อหา
4.
แนวทางการสอนและการเรียนรู้
5.
การประเมินผลนักศึกษา
6.
คุณภาพบุคลากรสายวิชาการ
7.
คุณภาพบุคลากรสายสนับสนุน
8.
คุณภาพของนักศึกษาและการสนับสนุน
9.
สิ่งอำนวยความสะดวกและโครงสร้างพื้นฐาน
10.
การเพิ่มคุณภาพ
11. ผลผลิต
มหาวิทยาลัยในเครือข่าย AUN ได้มีการนำเกณฑ์ดังกล่าวมาใช้ในการประกันคุณภาพการศึกษาระดับหลักสูตร (AUN-QA
Assessment) โดยหลักสูตรที่มีความพร้อม มหาวิทยาลัยจะยื่นขอรับรองโดย AUN-QA ต่อไป
2.การประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สำนักทดสอบทางการศึกษา กรมการวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ
(2545) ได้ศึกษาและพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จากผลการศึกษากระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศเป็นกฎหมายกระทรวง
กำหนด ระบบ หลักเกณฑ์ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและเอกสารการดำเนินงานตามระบบดังกล่าว ได้แก่
1.
ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
2.
แนวทางการจัดทำระบบสารสนเทศสถานศึกษา
3.
แนวทางการบริหารจัดการคุณภาพสถานศึกษา
4.
แนวทางการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา
5.
แนวทางการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพภายในของสถานศึกษา
6.
แนวทางการรายงานคุณภาพการศึกษาประจำปีของสถานศึกษา
7.
แนวทางการตรวจสอบและทบทวนคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา โดยเขตพื้นที่การศึกษา
ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา : กรอบและแนวการดำเนินงาน เขียนแสดงความสัมพันธ์ได้ดังภาพ
ประกอบที่ 13
หลักสูตรมาตรฐานแห่งชาติสู่ชั้นเรียน
หลักสูตรมาตรฐานแห่งชาติสู่ชั้นเรียน
(How to
Use Standards in the Classroom )
การเชื่อมโยงมาตรฐานการเรียนรู้กับหลักสูตรเป็นสิ่งสำคัญ การเชื่อมโยงมาตรฐานการเรียนรู้ระดับชาติ มาตรฐานการเรียนรู้และท้องถิ่น ไปสู่เป้าหมายการเรียนการสอนของนักเรียนและครู Harris, Douglas
E and Carr, Judy F (1996 : 18)
ได้นำเสนอแผนภูมิแสดงความสอดคล้องเชื่อมโยงของหลักสูตร การเรียนการสอน และการประเมินแบบอิงมาตรฐานการเรียนรู้ไว้ดังภาพประกอบที่ 11
จากแผนสรุปได้ว่า
กรอบหลักสูตรมลรัฐเชื่อมโยงและสะท้อนสิ่งที่พึ่งประสงค์ในมาตรฐานการเรียนรู้ระดับชาติ
หลักสูตรแลการประเมินระดับท้องถิ่นและโรงเรียน สะท้อนถึงมาตรฐานที่กำหนดในกรอบหลักสูตรมลรัฐ
กิจกรรมการเรียนการสอนและหน่วยการเรียน เชื่อมโยงและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้มลรัฐ หลักสูตรท้องถิ่นและหลักสูตรสถานศึกษา ในขณะเดียวกันก็ต้องสนองตอบความสนใจและความต้องการของนักเรียน
มาตรฐานสู่ความสำเร็จ : หลักสูตร การประเมินผล และแผนปฏิบัติ
เมื่อโรงเรียนหรือสถานศึกษาได้ใช้มาตรฐานใดแล้ว ทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเข้าใจว่ามาตรฐานของโรงเรียนคืออะไร และจะนำไปใช้อย่างไร คณะกรรมการสถานศึกษาจะต้องใช้แผนการประเมินเกี่ยวข้องกับขั้นตอนสำคัญ คือ การประเมินสภาพปัจจุบันของหลักสูตร การเรียนการสอน และการประเมินที่สอดคล้องกับมาตรฐาน และใครประเมินมาตรฐานใด โดยวิธีใด เป็นต้น
กระบวนการพัฒนาหลักสูตรและแผนการประเมิน Carr,
Judy F and Harris, Douglas E. (2001 : 45 - 49)
เสนอคำถามที่เกี่ยวข้อง คือ
จะสร้างการประเมินระดับชั้นเรียนที่สอดคล้องกับมาตรฐานอย่างไร ซึ่งการประเมินชั้นเรียนไม่ได้เป็นเพียงการทดสอบ การวัด
หรือการให้คะแนน แต่การประเมินเป็นบูรณาการของการสอน
การประเมินผลและการนิเทศ
Carr,
Judy F and Harris, Douglas E. (2001 : 153)
กล่าวโดยสรุป การพัฒนาวิชาชีพ การนิเทศและการประเมินผล มีจุดหมายเพื่อให้ผู้เรียนรู้ตามมาตรฐาน และได้นำสนอหลักการดำเนินการพัฒนาด้านวิชาชีพที่อิงมาตรฐาน 7 ประการดังนี้
หลักการที่ 1 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพเกิดจากภาพลักษณ์ที่ดีด้านการเรียนการสอน
หลักการที่ 2 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพให้โอกาสผู้สอนได้สร้างองค์ความรู้และทักษะของตน
หลักการที่ 3 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพใช้หรือเป็นตัวแทนกลยุทธ์การสอนที่ผู้สอนจะใช้กับผู้เรียน
หลักการที่ 4 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ หลักการสำคัญของระบบที่เชื่อมโยงด้วยมาตรฐานสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
หลักการที่ 5 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพส่งเสริมครูให้มีบทบาทเป็นผู้นำ กล่าวคือ
ครูต้องมีภาวะความเป็นผู้นำในระบบที่เชื่อมโยงด้วยมาตรฐาน
หลักการที่ 6 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพสร้างความเชื่อมโยงกับหน่วยการศึกษาอื่น การเชื่อมโยงด้วยมาตรฐาน คือ วิธีการดำเนินงานที่เป็นระบบ
หลักการที่ 7 ประสบการณ์การพัฒนาวิชาชีพที่มีประสิทธิภาพต้องประเมินและพัฒนาอย่างต่อเนื่องในระบบที่เชื่อมโยงด้วยมาตรฐาน ความมีประสิทธิผลวัดได้จากพัฒนาการของนักเรียน
การประเมินอิงมาตรฐาน Standard Based Assessment
บทที่ 8
การประเมินอิงมาตรฐาน Standard Based Assessment
S : การประเมินอิงมาตรฐาน (Standard Based Assessment) การประเมินคุณภาพการเรียนรู้อิงมาตรฐานโดยใช้แนวคิดพื้นฐานโครงสร้างการสังเกตการเรียนรู้ (Structure of Observed Learning Outcomes) รวมถึงมาตรฐานการประเมินคุณภาพภายในและการประเมินคุณภาพภายนอก
มาตรฐานมีความสำคัญอย่างยิ่งในชั้นเรียน มาตรฐานเป็นตัวกระตุ้นการสอนที่ประสบผลดีที่สุดสำหรับผู้สอนที่มีความสามารถสูงสุด เมื่อผู้สอนมองการสอนเทียบกับมาตรฐานจะพบว่า การสอนตอบสนองต่อมาตรฐาน เพื่อความชัดเจนผู้สอนต้องตอบคำถามเรื่องการเรียนการสอนกับมาตรฐาน ดังนี้
ใครกำลังสอนมาตรฐานใด เพื่อตอบคำถามว่า ใครสอนมาตรฐานอะไร ไม่ใช่ใครสอนหัวข้อใด
ใครประเมินผลมาตรฐานใดบ้าง โดยวิธีใด เพื่อตอบคำถามว่า ใครประเมินฐานใด โดยวิธีใด
การนำมาตรฐานมาใช้เพื่อกำหนดว่าเนื้อหาและทักษะใดสัมพันธ์กับมาตรฐานใด แต่การเชื่อมโยงระหว่างเนื้อหาและทักษะกับมาตรฐานอาจไม่เพียงพอ ส่งผลให้มาตรฐานบางอย่างถูกละเลย มาตรฐานใดบ้างที่จะนำมาใช้ในการสอนและการประเมิน ช่วยตัดสินใจได้ว่าควรจะสอนและประเมินอะไรในระดับใดชั้นใด และวิชาใด โดยวิธีใด สามารถระบุได้ชัดเจนว่ามาตรฐานได้นำมาใช้สอนและประเมินผลในชั้นเรียน
แผนจัดการเรียนรู้นี้ดีที่สุดหรือไม่ ถ้าไม่จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในเรื่องใดบ้าง มีสิ่งใดบ้างที่ถูกมองข้ามไปหรือมีมากเกินไป
ผู้เรียนมีโอกาสเรียนรู้อย่างเพียงพอ และแสดงพฤติกรรมที่สอดคล้องกับมาตรฐานหรือไม่
มาตรฐานเป็นการจัดการเรียนการสอนที่สอดคล้องต่อความคาดหวังเพื่อการเรียนรู้ของผู้เรียน มาตรฐานจะทำให้เกิดโครงการสร้างซึ่งนำไปสร้างเป็นหลักสูตรท้องถิ่นที่สมบูรณ์แบบและลุ่มลึกได้ คือ
มาตรฐานใดบ้างที่มุ่งเน้นการเรียนรู้ของผู้เรียน
ผู้เรียนแต่ละคนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในทุกมาตรฐานหรือไม่
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
บล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา การจัดการการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิจิตรา ธงพานิช ผู้จั...
-
การทดสอบ เป็นการนําข้อของคําถามที่สร้างขึ้นไปกระตุ้นให้ผู้เรียนแสดงพฤติกรรมตามที่ต้องการ ออกมา โดยสามารถสังเกตและวัดได้ การทดสอบนี้มักจะ...
-
บทที่ 3 วิเคราะห์ภาระงาน ( Task Analysis ) T : วิเคราะห์ภาระงาน ศึกษาข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ได้ความรู้ ( knowledge )ทักษา ( Skill ) และ...
-
รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นการพัฒนาด้านจิตพิสัย 2 . รูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นการพัฒนาด้านจิตพิสัย ( Affective Domain ) รูปแบบการเรีย...

